ผีตาโขน ผีตามคน ตามทำไม…?
ผีตาโขนเป็นการละเล่นในประเพณีบุญหลวง จัดขึ้นที่อำเภอด่านซ้าย จังหวัดเลย ในช่วงเดือน มิถุนายน – กรกฎาคม หรือก็คือ หลังวันขึ้น 15 คำ เดือน 6 ของทุกปีตามปฏิทินจันทรคติของไทย ประเพณีบุญหลวงนี้เป็นการรวมเอางานบุญที่สำคัญ 3 อย่างเข้าไว้ด้วยกัน อันประกอบไปด้วย งานบุญหลวง หรือบุญผะเหวด งานบุญบั้งไฟ และงานบุญซำฮะ...
พระธาตุประจำปีเกิด: ความเชื่อท้องถิ่น สู่จินตภาพจักรวาล
ในความเชื่อพื้นเมืองล้านนา ก่อนที่ดวงวิญญาณจะมาเกิดในโลกมนุษย์ วิญญาณนั้นจะลงมาพัก ณ พระธาตุเจดีย์แห่งหนึ่ง โดยมีสัตว์ประจำนักษัตรเป็นผู้นำพา หลังจากนั้นจึงเคลื่อนเข้าสู่ครรภ์ผ่านกระหม่อมของบิดา และเมื่อสิ้นอายุขัย วิญญาณจะกลับไปพักยังพระธาตุนั้นอีกครั้ง พระธาตุประจำปีเกิดจึงเปรียบเสมือน “บ้านชั่วนิรันดร์ของดวงจิต” และกลายเป็นความเชื่อที่ผสานเรื่องชีวิต ความตาย ศรัทธา และจักรวาลไว้ในองค์เดียว
แต่ละปีนักษัตรมีพระธาตุที่เชื่อว่าเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า เช่น ปีชวด คือพระธาตุศรีจอมทอง...
หนังสือประกอบนิทรรศการ“คลื่นไหวภายใต้โดม การเป็นส่วนหนึ่งและการเคลื่อนย้ายในวัฒนธรรมมุสลิม”
สามารถดาวน์โหลดหนังสือประกอบนิทรรศการ “คลื่นไหวภายใต้โดม การเป็นส่วนหนึ่งและการเคลื่อนย้ายในวัฒนธรรมมุสลิม”
ได้ตามลิงค์ด้านล่าง
หนังสือประกอบนิทรรศการ“คลื่นไหวภายใต้โดม
บ้านเชียง ปฐมบทโบราณคดีไทย
เหตุการณ์บ้านเชียง
ชุมชนที่อาศัยอยู่ที่ ต.บ้านเชียง อ.หนองหานจ.อุดรธานี พบว่าใต้พื้นดินในหมู่บ้านมีโครงกระดูกมนุษย์โบราณฝังร่วมกับวัตถุมากมายโดยเฉพาะภาชนะเขียนลายสีแดงสวยงามแปลกตา ใบที่สมบูรณ์ถูกนํามาใช้ประโยชน์ ใน พ.ศ.2503 โรงเรียนบ้านเชียงจัดห้องพิพิธภัณฑ์เพื่อรวบรวมวัตถุที่พบในหมู่บ้าน เมื่อมีเจ้าหน้าที่มาตรวจโรงเรียนก็มักจะมอบภาชนะเขียนลายให้เพื่อหวังให้มีคนสนใจ พ.ศ. 2508 ภาชนะเขียนลายสีแดงใบสุดท้ายของโรงเรียนมอบให้กับเจ้าหน้าที่จังหวัด และถูกส่งต่อไปยังพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร
พ.ศ. 2510 การศึกษาโบราณคดีบ้านเชียง เริ่มต้นขึ้นอย่างจริงจังโดยกรมศิลปากรและสถาบันการศึกษาทั้งในและต่างประเทศ
พ.ศ. 2515 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถเสด็จพระราชดําเนินทอดพระเนตรการขุดค้นของกรมศิลปากร
พ.ศ. 2516 นายสตีเฟน ยัง นักศึกษาสังคมวิทยาเดินทางไปที่บ้านเชียงให้ความสนใจภาชนะเขียนลายสีแดงเป็นอย่างมาก
หม้อเขียนลาย
งานสํารวจขุดค้นทางโบราณคดีที่บ้านเชียง เริ่มขึ้นราว พ.ศ....
คน ข้าว นา ควาย ในวัฒธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ดาวน์โหลด
ข้าวและชาวนาไทย ในกระแสการเปลี่ยนแปลง
โดย อ.ดร.ชลิตา บัณฑุวงศ์
จากนักล่ามาเป็นชาวนา จากข้าวป่ามาเป็นข้าวปลูก
โดย ผศ.ดร.พจนก กาญจนจันทร
การบรรยาย “นาและข้าวในสำนึกชาวเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” และ “วิถีข้าว วิถีชีวิตในการบูรณาการทางสังคมไท”
โดย ผศ.ดร. ยุกติ มุกดาวิจิตร และ ผศ.ดร. พิเชฐ สายพันธ์
25 ปี พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ
ดาวน์โหลดหนังสือ 25 ปี พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ พ.ศ.2530 – พ.ศ.2555
แห่เทียนพรรษา: งานบุญ สร้างสามัคคีของพุทธศาสนิกชน
แรม 1 ค่ำ เดือน 8 ของทุกปีคือวันเข้าพรรษา ปี 2567 ตรงกับวันอาทิตย์ที่ 21 กรกฎาคม 2567 ความสำคัญของวันเข้าพรรษาคือการที่พระภิกษุสงฆ์อยู่จำพรรษาเป็นเวลา 3 เดือน โดยในระยะเวลา 3 เดือนพระภิกษุสงฆ์จะได้เพื่อศึกษาธรรมวินัย ในขณะเดียวกันก่อนจะถึงวันเข้าพรรษาเหล่าพุทธศาสนิกชนจะจัดเตรียมเทียนและผ้าอาบน้ำฝนเพื่อถวายวัด
ชีวประวัติของทุ่งรังสิต: จากสมัน นาข้าว สาวโรงงาน ถึงนักศึกษาและเหี้ย
ใช่ว่าจะมีแต่มนุษย์เท่านั้น
ที่มีอัตชีวประวัติ สถานที่ก็เช่นกัน
สถานที่แต่ละแห่งมีชีวประวัติเป็นของตนเอง
ในขณะที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งประกาศตนเป็น มหาวิทยาลัยของประชาชน เป็นมหาวิทยาลัยที่มีเสรีภาพทุก ตารางนิ้ว ซึ่งกำลังจะมีอายุครบ 80 ปี ใน พ.ศ 2557 นี้ “ทุ่งหลวงหรือทุ่งรังสิต” ก็มีชีวประวัติเป็นของตนเอง เป็นชีวประวัติที่เกี่ยวพันอย่างสำคัญ กับความเปลี่ยนแปลงของกายภาพของที่ราบภาคกลาง และผูกพันอย่างแนบแน่นกับความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของสังคมไทย โดยได้ผนวกรวมเอาชีวิต ส่วนหนึ่งของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งใน ชีวประวัติอันซับซ้อนนั้น ...
นิทรรศการ เปลี่ยน: เมื่อตะวันออกพบตะวันตก (When EAST Meets WEST)
ตั้งแต่เกิดสนธิสัญญาเบาว์ริ่ง พ.ศ. 2398 กระทั่งทศวรรษ 2500 ช่วงเวลากว่า 100 ปี สังคมไทยเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างมหาศาลทั้งทางสังคมและวัฒนธรรมอย่างรอบด้าน
พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ขอเชื้อเชิญทุกท่านร่วมเรียนรู้กับการเปลี่ยนแปลงสังคมไทย ผ่านวัตถุอันเป็นภาพตัวแทนไปพร้อมๆ กัน ในนิทรรศการ เปลี่ยน: เมื่อตะวันออกพบตะวันตก (When EAST...
เครื่องเขิน: หัตถศิลป์แห่งภูมิปัญญา
“เครื่องเขิน” งานหัตถศิลป์ของชาวล้านนา รับอิทธิพลมาจากไทเขิน ได้บ่งบอกถึงภูมิปัญญาของผู้คนในการเลือกรับปรับแต่งวัสดุพื้นถิ่น ให้เป็นสิ่งของเครื่องใช้ที่วิจิตรงดงาม และทรงคุณค่า
ความเป็นมา
เครื่องเขิน คือหนึ่งในงานหัตถกรรมที่แพร่หลายในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือเอเชียอาคเนย์ ในอดีตเครื่องเขินมีสถานภาพเป็นทั้งของใช้ในครัวเรือน เครื่องใช้ในพิธีกรรม ตลอดจนรูปเคารพและงานศิลปกรรม เครื่องเขินมีโครงสร้างจากไม้และที่นิยมมากที่สุดคือ โครงสร้างจากไม้ไผ่ ซึ่งช่วยให้ของใช้นั้นมีน้ำหนักเบา หลักการของเครื่องเขินคือนำเครื่องจักสานมาเคลือบด้วยยางไม้ชนิดหนึ่งที่มีสีดำ ซึ่งเรียกกันว่า ยางรัก ภาชนะใช้สอยเมื่อเคลือบยางรักและตกแต่งผิวให้สวยงามด้วยวิธีการต่างๆ เสร็จแล้วจึงเรียกว่า เครื่องเขิน
ความเป็นมาของ “เครื่องเขิน” สืบจากหลักฐานในประเทศจีนที่พบว่ามีภาชนะเครื่องรักมากว่า 4,000 ปีแล้ว...












