ผู้ดำเนินรายการ: พจนก กาญจนจันทร
Date: 18 August 2026
Time: 15.00 – 16.30
Room: Auditorium 1
——————————————
เมื่ออาคารต้องซ่อมและคลังต้องขยับ: ทางออกการจัดการขนย้ายวัตถุพิพิธภัณฑ์ด้วยระบบ RE-ORG และการพัฒนาศักยภาพบุคลากรภายใน กรณีศึกษาพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
บุรินทร์ สิงโตอาจ
(พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว สถาบันพระปกเกล้า)
เมื่อพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวจะบูรณะอาคารครั้งใหญ่ โจทย์สำคัญคือ การขนย้ายโบราณวัตถุจากห้องจัดแสดงกลับเข้าสู่ห้องคลังหลัก ภายใต้เงื่อนไขเรื่อง เวลาที่จำกัด พื้นที่คลังเดิม และ งบประมาณ บทความนี้นำเสนอแนวทางการทำงาน “หลังบ้าน” ของพิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่เลือกแก้ปัญหาด้วยการเปลี่ยนให้เป็นโอกาสในการพัฒนาศักยภาพบุคลากรภายใน
กระบวนการทำงานด้วยทรัพยากรที่มีเพื่อให้เป็นไปตามมาตรฐานสากลและปลอดภัยต่อวัตถุมากที่สุด พิพิธภัณฑ์ได้วางกรอบการดำเนินงานเป็นขั้นตอน ดังนี้
1. การเตรียมคนและองค์ความรู้ เริ่มด้วยการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการด้านการจัดการคลังวัตถุฯ ตามมาตรฐาน RE-ORG ให้กับเครือข่ายและเจ้าหน้าที่ เพื่อให้ทุกคนมีทักษะการเลือกวัสดุห่อหุ้ม การหยิบยกเคลื่อนย้าย ไปจนถึงการจัดการคลังวัตถุ
2. การเปลี่ยนแผนงานสู่การปฏิบัติ โดยนำผลจากการอบรมมาเจาะลึกเพื่อใช้งานจริง เน้นการวางแผนเส้นทางขนย้ายอย่างละเอียด การเตรียมวัสดุรองรับวัตถุให้เหมาะสม และการจัดลำดับความสำคัญ
3. การบริหารพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด แก้ปัญหาพื้นที่โดยใช้หลักการ RE-ORG มาจัดระเบียบคลังหลักใหม่ และเพิ่มความสามารถในการจัดเก็บด้วยการนำชั้นวางที่ไม่ได้ใช้งานจากส่วนนิทรรศการมาปรับเปลี่ยนเป็นอุปกรณ์จัดเก็บที่มั่นคงแข็งแรง
ผลการดำเนินงานพบว่า การใช้ระบบจัดการควบคู่ไปกับการฝึกฝนบุคลากร ช่วยให้การขนย้ายสำเร็จได้ตามกำหนดการ โดยวัตถุทุกชิ้นมีความปลอดภัยและถูกจัดเก็บอย่างเป็นระบบตามหลักการอนุรักษ์เชิงป้องกัน บทความนี้จึงเป็นกรณีศึกษาที่พิสูจน์ว่า แม้จะมีข้อจำกัดด้านพื้นที่และงบประมาณ แต่หากมีการจัดการอย่างเป็นระบบ พิพิธภัณฑ์ก็สามารถรักษามาตรฐานการดูแลมรดกวัฒนธรรมไว้ได้อย่างสมบูรณ์
คำสำคัญ: การจัดการคลังวัตถุ, RE-ORG, การขนย้ายโบราณวัตถุ, การอนุรักษ์เชิงป้องกัน, พิพิธภัณฑ์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว
——————————————
การสร้างประสบการณ์ใหม่ทางจดหมายเหตุ: บทบาทร่วมสมัยของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี
สุจิณา พานิชกุล
(นักจดหมายเหตุชำนาญการ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี)
บทความนี้มีจุดมุ่งหมายในการนำเสนอถึงรูปแบบใหม่ในการให้บริการของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี ได้แก่ ห้องนิทรรศการจากเอกสารจดหมายเหตุซึ่งเป็นรูปแบบที่แตกต่างจากบทบาทในอดีตที่มุ่งเน้นการให้บริการค้นคว้า วิจัย ณ ห้องค้นคว้าเอกสารจดหมายเหตุ โดยถ่ายทอดผ่านประสบการณ์และมุมมองของนักจดหมายเหตุซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้สื่อความหมายนิทรรศการ หอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี มีลักษณะที่โดดเด่น คือ อาคารที่ตั้งมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ในอดีตเคยเป็นศาลาว่าการมณฑลจันทบุรีและศาลากลางจังหวัดจันทบุรี ปัจจุบันเป็นสถานที่เก็บรักษาและให้บริการเอกสารจดหมายเหตุชุดมณฑลจันทบุรีที่ได้รับการขึ้นทะเบียนมรดกความทรงจำของประเทศไทย ระดับท้องถิ่น ถือว่าเป็นเอกสารจดหมายเหตุที่มีความร่วมสมัยกับตัวอาคาร ห้องนิทรรศการจึงเป็นการนำเสนอเรื่องราวประวัติศาสตร์จากเอกสารจดหมายเหตุผสานกับประวัติศาสตร์ความสำคัญของอาคาร ส่งผลให้ผู้ใช้บริการได้เรียนรู้เอกสารจดหมายเหตุโดยไม่ต้องเป็นนักวิชาการที่ใช้บริการค้นคว้าเอกสารจดหมายเหตุ เรียกได้ว่าเป็นการสร้างประสบการณ์ใหม่ทางจดหมายเหตุแก่ผู้ใช้บริการ ทั้งนี้เมื่อผู้ใช้บริการมีความหลากหลายมากขึ้น ได้แก่ กลุ่มนักท่องเที่ยว กลุ่มนักเรียนนักศึกษา กลุ่มศึกษาดูงาน และประชาชนทั่วไป นักจดหมายเหตุซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้สื่อความหมายจึงต้องจัดรูปแบบการนำชมหรือกิจกรรมให้เหมาะสมและสอดคล้องกับความต้องการของแต่ละกลุ่ม จากการให้บริการในรูปแบบใหม่นำไปสู่การเป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรมของท้องถิ่น และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของจังหวัดจันทบุรี ซึ่งเป็นบทบาทร่วมสมัยต่อสังคมปัจจุบันของหอจดหมายเหตุแห่งชาติ จันทบุรี