รู้จักเรา

สัญลักษณ์

       น้ำเต้า (Gourd) มีความหมายในวัฒนธรรมเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จากตำนานว่ามนุษย์มีกำเนิดมาจากน้ำเต้า คนพื้นเมืองของเอเชียอาคเนย์ ใช้น้ำเต้าเป็นส่วนหนึ่งของอาหารและนำมาดัดแปลงให้เป็นเครื่องมือ เครื่องใช้ในชีวิตประจำวัน

      พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ (Thammasat Museum of Anthropology) ซึ่งเป็นพิพิธภัณฑ์การศึกษาด้านมานุษยวิทยาและสังคมวิทยา พิพิธภัณฑ์ ใช้น้ำเต้าเป็นสัญลักษณ์เพื่อแสดงให้เห็น ถึงปฏิสัมพันธ์อันไม่รู้จบ และเป็นหนึ่งเดียวกันของสิ่งมีชีวิตอื่น ๆ ของมนุษย์ ธรรมชาติ และการถือกำเนิดของวัฒนธรรม

ประวัติพิพิธภัณฑ์

          พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเป็นโครงการซึ่งริเริ่มโดย คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2529 สืบเนื่องจากการที่ทางคณะฯได้รับโบราณวัตถุจากการขุดค้นภาคสนาม   ในโครงการขุดค้นวัฒนธรรมบ้านเชียงที่บ้านอ้อมแก้วและบ้านธาตุ จ.อุดรธานี คณะขุดค้นนำโดย   รศ. สุมิตร ปิติพัฒน์ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2515 -2517 และมีโบราณวัตถุเพิ่มเติมขึ้นจากการขุดค้นแหล่งโบราณคดีอื่นๆ ในช่วงระยะเวลาต่อมา ในปี พ.ศ.2530 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้รับบริจาคโบราณวัตถุและวัตถุทางวัฒนธรรมจำนวนมาก จาก ดร.วินิจ วินิจนัยภาค คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาร่วมกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงได้ดำเนินการขอตั้งงบประมาณแผ่นดินเพื่อก่อสร้างอาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติจากรัฐบาล   และในระหว่างรอการพิจารณาอนุมัติโครงการมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ร่วมกับคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ได้เปิดจัดแสดงโบราณวัตถุและวัตถุทางวัฒนธรรมต่างๆ ณ บริเวณชั้น 2 อาคารวิจัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ศูนย์รังสิต ในช่วงปี พ.ศ. 2531 ถึง ปี พ.ศ. 2539

          จนถึงเมื่อปี พ.ศ. 2544 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ได้ส่งมอบโบราณวัตถุและวัตถุทางวัฒนธรรมทั้งหมดให้ คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาเป็นผู้ดูแล คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยาจึงได้ดำเนินการรวบรวมและขนย้ายโบราณวัตถุและ วัตถุทางวัฒนธรรม ทั้งในส่วนซึ่งคณะสะสมอยู่ และในส่วนซึ่งได้รับบริจาคเพิ่มเติมภายหลัง มาจัดแสดง ณ อาคารพิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ อย่างไรก็ดี โดยที่วัตถุประสงค์ของพิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และนโยบายของคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มุ่งที่จะให้พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ ทำหน้าที่เป็นศูนย์บริการองค์ความรู้ทางโบราณคดีและวัฒนธรรมพื้นบ้าน ใช้สำหรับการเรียนการสอน ฝึกปฏิบัติ และการค้นคว้าวิจัย ในรายวิชาต่างๆของคณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์ เฉลิมพระเกียรติ จึงมิได้เปิดจัดแสดงแก่สาธารณชนในวงกว้าง เว้นแต่เปิดนำชมให้แก่คณะที่นัดหมายเป็นกรณีๆ

          ในปี พ.ศ. 2550 คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา ได้ตระหนักถึงบทบาทที่เพิ่มมากขึ้นของภาระในการอนุรักษ์และทำนุบำรุงศิลปะ และวัฒนธรรม ซึ่งเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ จึงได้จัดทำโครงการบูรณาการหลักสูตรสาระการเรียนรู้กลุ่มสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม กับโรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวงวิทยาคม ผลจากการประชุมปรึกษาร่วมกัน คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา โดย อาจารย์ปฐมฤกษ์ เกตุทัต ประธานคณะกรรมการบริหารพิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ จึงได้จัดทำโครงการนำร่องนิทรรศการ “เครื่องปั้นดินเผาในประเทศไทย : จากบ้านเชียงสู่กรุงรัตนโกสินทร์” เพื่อ ให้บริการแก่นักเรียนในระดับชั้นมัธยมต้นและมัธยมปลาย เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเป็นแหล่งเรียนรู้และเป็นกิจกรรมเสริม ทักษะในสาระการเรียนรู้กลุ่มสังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมให้กับนักเรียนชั้นมัธยมของโรงเรียนธรรมศาสตร์คลองหลวง วิทยาคม และโรงเรียนมัธยมอื่นๆในเขตพื้นที่ภาคกลางตอนบนโดยนิทรรศการนำร่องนี้ มุ่งเน้นที่จะถ่ายทอดเรื่องราวของชนชาติไทยผ่านการจัดแสดงเครื่องปั้นดินเผา ในยุคสมัยต่างๆ เริ่มตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ที่บ้านเชียงจนถึงกรุงรัตนโกสินทร์ ซึ่งสะท้อนการดำเนินชีวิต ความเชื่อ และการติดต่อแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี และเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2551 จนถึงประมาณเดือนมิถุนายน 2551 โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในการเข้าชม

วิสัยทัศน์

โครงสร้างการบริหาร

1. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ สุดแดน วิสุทธิลักษณ์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์
2. ศาสตราจารย์ ดร.เสมอชัย พูลสุวรรณ กรรมการ
3. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.พจนก กาญจนจันทร กรรมการ
4. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.เทียมสูรย์ สิริศรีศักดิ์ กรรมการ
5. อาจารย์อาจินต์ ทองอยู่คง กรรมการ
6. อาจารย์วิภาวี พงษ์ปิ่น กรรมการ
7. นายกฤตวัฒน์ โกมลวรวิทยา กรรมการ
8. นายเดชาภิวัชร์ นพมิตร กรรมการ
9. นางสาวอุรฉัตร อุมาร์ เลขานุการคณะกรรมการ
10. นางสาวเหมือนพิมพ์ สุวรรณกาศ เลขานุการคณะกรรมการ

 

 

การเดินทาง

  • รถประจำทางสาย 39, 29, 510
  • รถตู้โดยสาร
    • ต.118 (สวนจตุจักร)
    • ต.85 (อนุสาวรีย์ชัยฯ)
  • รถยนต์ส่วนบุคคล
    • ถนนพหลโยธิน
    • ทางพิเศษศรีรัช (ทางออกเชียงรากน้อย)

ที่ตั้ง