วิถีชีวิตชาวประมงชายฝั่ง กับเรือกอและ
httpwww.taklong.com/macros-mc.php?No=84348#location1

เรือกอและ
http://www.klongdigital.com/images _webboard3/id_30966_13.jpg

เรือกอและ

เรือกอและประเภทดั้งเดิม
http://www.klongdigital.com/images _webboard3/id_30966_13.jpg

เรือกอและประเภทท้ายตัด

www.klongdigital.com/images_web board3id_30966_2.jpg

เรือกอและส่วนหัว

http://www.weekendhobby.com/ board/photo/Question.asp?ID=20875

 

 

 

 

เรือกอและ 

บทนำ

    เนื่องจากภูมิประเทศทางภาคใต้ของไทย มีพื้นที่ส่วนใหญ่ติดกับชายฝั่งทะเล ชาวบ้านจึงมักประกอบอาชีพทำการประมงชายฝั่ง อีกทั้งพาหนะในการเดินทาง วิถีชีวิต และเรื่องราวของคนชายฝั่งทะเลนั้น จะต้องมีความเกี่ยวพันกับเรืออย่างหลีกเลี่ยงมิได้  สำหรับคนภาคใต้ตามชายฝั่งทะเลส่วนใหญ่แล้ว เรือเป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งในการทำประมง  โดยเฉพาะบริเวณชายฝั่งทะเลของจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้น มีเรืออยู่ประเภทหนึ่ง ซึ่งมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะท้องถิ่น นั่นก็คือ เรือกอและ

ประวัติเรือกอและ 

             เรือกอและเป็นเรือที่ใช้กันมากบริเวณภาคใต้ตอนล่าง โดยเฉพาะจังหวัดชายแดนภาคใต้ คำว่า กอและ ในภาษายาวี  มีความหมายว่า โคลงเคลง เรือกอและจึงมีความหมายอันแสดงถึงลักษณะเรือที่มีสภาพโคลงเคลงเมื่ออยู่ในน้ำ ไม่เคยหยุดนิ่งเหมือนกระแสคลื่นในทะเลนั่นเอง ที่มาของเรือกอและนั้น  สันนิษฐานว่า เกิดขึ้นก่อนสมัยสุโขทัย พร้อมๆกับการแผ่ขยายของอิสลามในประเทศไทย และการเข้ามาตั้งรกรากถิ่นฐานในภาคใต้ตอนล่างของมุสลิมเลียบ ชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตั้งแต่นครศรีธรรมราชลงไปถึงแหลมมลายู และเนื่องจากมุสลิมในภาคใต้มีความเชี่ยวชาญในการออกทะเล  เนื่องด้วยคนส่วนใหญ่เป็นชาวพื้นเมือง เครื่องไม้เครื่องมือในการทำประมงแต่เดิมใช้ใบในการขับเคลื่อน และเป็นเรือที่มีความคล่องตัวสูง โต้คลื่นได้ดี และคว่ำยาก เนื่องจากท้องเรือมีลักษณะกลม อันเป็นรูปทรงที่รับกันกับลักษณะของคลื่นในทะเล จึงสามารถที่จะแล่นบนน้ำทะเลได้อย่างมั่นคง
จากบทความ THE JONG, A MODEL BOAT WITH AN OUTRIGGER FROM MALAYA เขียนโดย R.T.D FitzGerald ได้กล่าวถึงเรือที่ใช้ในการแข่งชนิดหนึ่งที่เรียกว่า Jong  พบในแถบคาบสมุทรมลายู ใกล้ๆกับสิงคโปร์  เมื่อพิจารณาจากหลักฐานที่เหลืออยู่ คือ เรือต้นแบบ (Model) แล้ว พบว่า สัดส่วนขนาดจริงของ Jong  มีความคล้ายคลึงกับเรือกอและ (Kolek) ในคาบสมุทรมลายูตอนใต้เป็นอย่างมาก แสดงให้เห็นถึงลักษณะการต่อเรือ ที่ส่งอิทธิพลต่อกันได้เป็นอย่างดี

 

โครงสร้างเรือกอและ

             โครงสร้างของเรือกอและนั้น เป็นเรือขนาดยาวและแคบ ไม่มี centerboard หรือแผ่นไม้ขนาดเล็กที่ต่อไว้ใต้ท้องเรือในแนวตั้งฉาก ซึ่งสอดคล้องกับงานวิจัยของวุฒิ วัฒนสิน ที่ได้ศึกษาเรื่องเรือกอและไว้ว่า โครงสร้างของเรือกอและนั้นไม่มี centerboard

 

                              

                                  เรือกอและดั้งเดิม                                                                                         โครงสร้างเรือกอและ

น้ำหนักเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างมากในการทำให้เรือเชิดหัวขึ้น ซึ่งควบคุมโดยผู้แล่นเรือกอและ ผู้แล่นเรือจะถูกพยุงตัวด้วยสายรัดรอบลำตัวที่โยงมาจากส่วนปลายของเสากระโดง และสามารถโยกตัวไปข้างหน้าได้ด้วยการวางเท้าไว้บนกราบเรือ
เรือกอและแบบดั้งเดิมนั้นมีความคล้ายคลึงกับ Jong มีส่วนที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อยกล่าวคือ เรือกอและมีการขึงใบเรือเข้ากับตัวเรือด้วยกัน 2 ส่วนคือ ใบเรือใหญ่ และใบเรือส่วนล่างสุดของเสากระโดง ส่วน Jong นั้นขึงใบเรือใหญ่เพียงใบเดียว โดยเสาชี้ที่ยื่นออกไปหน้าลำเรือนั้น จะทำหน้าที่ยึดใบเรือส่วนล่างแทนที่การขึงใบเรือกับตัวลำเรืออย่างเรือกอและ นอกจากนี้ยังมีท่อนไม้ที่ขึงกับใบเรือใหญ่ตามแนวขวาง (boom) ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับเรือสำเภาและเรือของดัตช์   ส่งผลให้มีพื้นผิวตัวเรือทางตั้งซึ่งรับแรงลมปะทะที่กว้างขึ้น และทำให้เรือแล่นได้เร็วขึ้น  

            Jong สามารถแล่นได้ดีที่สุดเมื่อแล่นตามลม และจะแล่นได้ไม่ดีถ้าแล่นนำลม  Jong เป็นเรือชนิดเดียวในคาบสมุทรมลายูที่มีชิ้นส่วนเรืออันมีลักษณะพิเศษ ทำหน้าที่คล้ายหางเสือ เมื่อเทียบกับเรือกอและแล้ว ชิ้นส่วนดังกล่าวนี้เปรียบเสมือนกับผู้แล่นเรือกอและ ที่ทำหน้าที่ถ่วงสมดุลของเรือเอาไว้นั่นเอง

ประเภทของเรือกอและ

 เรือกอสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
ประเภทดั้งเดิม เรือกอและดั้งเดิมหาดูได้ยากมากแล้ว ณ ปัจจุบัน เรือกอและแบบดั้งเดิมมีลักษณะเป็นเรือหัวแหลมท้ายแหลม ใช้ใบในการขับเคลื่อน เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป เทคโนโลยีได้เข้ามีบทบาทในชีวิตประจำวันมากขึ้น วิถีชีวิตคนเปลี่ยนไป เรือกอและก็เช่นเดียวกัน เทคโนโลยีและกระแสโลกาภิวัตน์ทำให้รูปแบบของเรือเปลี่ยนไปจากเดิมเล็กน้อย กลายมาเป็นเรือกอและอีกแบบหนึ่ง ซึ่งก็คือ ประเภทท้ายตัด หรือ ประเภทปาตะกือระ

            เรือกอและประเภทท้ายตัดหรือที่เรียกว่า ปาตะกือระ ได้ถูกพัฒนามาจากประเภทดั้งเดิม ได้มีการดัดแปลงตรงส่วนท้ายเรือสำหรับวางเครื่องยนต์เพื่อการขับเคลื่อนเรือ กราบเรือแบนราบไม่โค้งอย่างตกท้องช้าง แต่หัวเรือยังเชิดสูง เรือกอและประเภทนี้ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ทั้งทางด้านความสะดวกในการใช้งาน และความคล่องตัว เพราะใช้เครื่องยนต์ในการขับเคลื่อนเรือชนิดนี้ใช้ลูกเรือเพียง 2 -3 คน จึงมีน้ำหนักเบากว่า และประหยัดน้ำมันกว่า ชาวประมงหันมาใช้เรือชนิดนี้ออกวางอวนแทนที่เรือกอและแบบดั้งเดิมมากว่า 20 ปีแล้ว แต่ที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์และไม่ได้เปลี่ยนแปลงตามยุคสมัย นั่นก็คือ ลวดลายอันวิจิตร มีการระบายสีงดงามเช่นเดียวกับเรือกอและแบบดั้งเดิม

ส่วนประกอบของเรือกอและ 

  บางา จาปิง และแนแบงเตะ คือ ส่วนของหัวเรือซึ่งในสมัยก่อนถือว่าเป็นที่สิงสถิตย์ของสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ให้ความคุ้มครองลูกเรือ รวมทั้งประดับเพื่อความสวยงาม บางาและจาปิงนั้น เป็นส่วนที่อยู่ใกล้หัวเรือ และเป็นส่วนที่กั้นระหว่างลำเรือและหัวเรือ

 

                                                          

                                    บางา จาปิงแนแบงเตะ                                                                         ซางอ


ซางอ คือ ส่วนประดับบนเรือกอและที่อยู่ตรงกลางลำเรือ ค่อนไปทางท้ายเรือเล็กน้อยสมัยก่อนมีไว้ใช้เพื่อวางเสากระโดงเรือ แต่ในปัจจุบัน เรือกอและประเภทปาตะกือระ ยังคงมีไว้เพื่อสืบทอดศิลปะทางวัฒนธรรมเท่านั้น ไม่ได้มีหน้าที่ใช้งานเฉพาะเจาะจง แต่ชาวประมงบางคนใช้เป็นที่วางก้านของใบพัด
รอแย เป็นส่วนประดับบนเรือกอและที่อยู่ตรงท้ายเรือ ผูกติดกับหางเสือ ซึ่งเป็นส่วนที่ต้องใช้งานร่วมกัน

ลวดลาย

  การเขียนลวดลายเรือกอและนั้น จะมีลักษณะการใช้สีที่ฉูดฉาด ซึ่งลวดลายอันวิจิตรนี้เองเป็นเอกลักษณ์ของเรือกอและ ที่มีการผสมผสานระหว่างศิลปะไทย อิสลาม จีน และศิลปะอื่น ๆ อันเนื่องมาจากอิทธิพลของสภาพแวดล้อม ได้แก่ ภูมิประเทศ ภูมิอากาศ และวิถีชีวิตผู้คน ซึ่งสังคมความเป็นอยู่ในจังหวัดแถบชายฝั่งทะเลภาคใต้ตอนล่างนั้น ประกอบไปด้วยชนชาติ 3 ชนชาติที่อาศัยอยู่ร่วมกันนั่นคือ ชาวไทยพุทธ ชาวไทยมุสลิม และชาวจีน จิตรกรรมที่ศิลปินไทยมุสลิมวาดตกแต่งเรือกอและนั้น มีข้อจำกัดในด้านหลักความเชื่อทางหลักศาสนาอิสลาม จึงไม่มีภาพคนร้องรำทำเพลง หรือลักษณะที่ยั่วยุกามารมณ์ ภาพส่วนใหญ่เป็นภาพสัตว์น้ำ สัตว์หิมพานต์ สัตว์ในจินตนาการจากประเพณี ศาสนา วรรณคดี ศิลปะการแสดง และภาพทิวทัศน์ ประเภทสีที่ใช้ในงานเขียนลวดลายเรือกอและ เป็นสีน้ำมันที่มีขายตามท้องตลาดทั่วไป วิธีการลงสีคือ นำสีมาลงพื้นให้ทั่วลำเรือหนึ่งชั้นก่อน เมื่อสีพื้นแห้งสนิทแล้ว ช่างก็จะร่างลวดลายต่าง ๆ ด้วยดินสอ แล้วจึงลงลวดลายด้วยสีในภายหลัง สีที่ใช้ส่วนใหญ่ เป็นสีเหลือง แดง น้ำเงิน เขียว และตัดเส้นด้วยสีดำ
เรือกอและถือเป็นเรือประมงที่ยังสามารถขับขานเรื่องราวความเป็นมาของชีวิตผู้คนตามแถบชายฝั่งทะเลของภาคใต้ตอนล่าง จากอดีตมาจนถึงปัจจุบันได้เป็นอย่างดี ซึ่งสามารถบรรยายถึงวิถีชีวิต ภูมิปัญญา ค่านิยม ประเพณี ศาสนา ผ่านลวดลาย สี และรูปแบบ ที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของวิถีชีวิตชาวประมงชายฝั่ง ถึงแม้ว่ารูปแบบอาจจะเปลี่ยนไปบ้างตามกาลเวลายุคสมัย และกระแสโลกาภิวัฒน์ แต่ก็ยังคงความเป็นเรือกอและ ที่ถูกกล่าวขานในสมญานามว่า “พรานชายฝั่ง”

เอกสารอ้างอิง

วุฒิ วัฒนสิน.ลวดลายจิตรกรรมบนเรือกอและในจังหวัดปัตตานี. ปัตตานี :คณะศึกษาศาสตร์
มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์, 2542.
วุฒิ วัฒนสิน. จิตรกรรมเรือกอและ[Online]. Access on 27 April 2009. Available from
http://oas.psu.ac.th/pn_archive/images/stories/pnPaining/pnpain01.pdf
R. T. D. FitzGerald .THE JONG A MODEL BOAT WITH AN OUTRIGGER FROM
MALAYA. Man,Vol.39 (Oct.,1939) pp.156-157.