พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
ฉายพระรูปกับ
ประธานาธิบดีไอเซนเฮาว์
ณ ทำเนียบขาว
พระราชทานช้างศึกไทย
สลักด้วยไม้สักปิดทองที่
เท้าทั้ง ๔ และหีบบุหรี่ถมทอง

ที่มา : www.mbamagazine.net

 

หมอดับบลิว สจ๊วต วิตต์มอร์
ผู้ถวายการประสูติ
พระราชทานหีบบุหรี่ถมทองให้

ที่มา : talk.mthai.com/topic/77980

 

 

นางพยาบาล 4 คน
ที่ช่วยหมอถวายการประสูติ
พระราชทานตลับแป้งถมทองให้

ที่มา : talk.mthai.com/topic/77980

 

 

ประวัติความเป็นมาของเครื่องถม

 

          เครื่องถม หมายถึง ภาชนะ เครื่องใช้ที่ทำด้วยเงินหรือทอง มีลวดลายแกะเป็นสีเงินหรือ สีทอง ตัดกับสีพื้นหรือสีของน้ำยาสีดำสนิทลวดลายที่เกิดขึ้นบนเครื่องถม เกิดจากการแกะสลักเป็นลวดลาย เป็นร่องลึกลงไปบนภาชนะแล้วใช้ตัวยา ซึ่งเป็นโลหะผสมที่มีสีดำผสมกับน้ำประสานทอง หลอมละลายแทรกลงไปในช่องว่างระหว่างลาย เพื่อช่วยให้เห็นลายเด่นชัดขึ้น

          เครื่องถมจะมีกำเนิดขึ้นในประเทศไทย ในสมัยใดไม่ปรากฏหลักฐานเป็นที่แน่ชัด แต่ความรู้ต่างๆ ที่เกี่ยวกับการทำเครื่องถมในกลุ่มประเทศตะวันตกนั้น กล่าวกันว่านำมาจากตำราของแรคสิอุส ชาวโรมัน และเท่าที่ค้นพบเครื่องถมที่มีอายุเก่าแก่ที่สุดเป็นของชาวโรมัน 2 ชิ้น เป็นภาพทหารโรมันและหีบเครื่องสำอางสตรี ซึ่งประมาณกันว่ามีมาก่อนสร้างกรุงโรม ต่อมาความรู้ในการทำเครื่องถมเหล่านั้นได้แพร่หลายมาสู่ประเทศไทย มีผู้ให้ความเห็นว่าน่าจะมาจากชาวโปรตุเกส ได้ส่งราชทูตมาเจริญพระราชไมตรีกับกรุงศรีอยุธยา ในรัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ ๒ และได้ทรงอนุญาตให้ชาวโปรตุเกสเข้ามาทำการค้าครั้งแรก ในพระราชอาณาจักรไทยตามหัวเมืองใหญ่ ๔ หัวเมือง คือ นครศรีธรรมราช ปัตตานี ปะริด และกรุงศรีอยุธยา ซึ่งทำให้คนไทยรับเอาขนบประเพณีและศิลปวิทยาการหลายอย่างมาจากชาวโปรตุเกส โดยเฉพาะที่เมืองนครศรีธรรมราชได้รับเอาวิธีการทำเครื่องถมไว้ และต่อมาวิธีการทำเครื่องถมก็ได้แพร่หลายเข้ามายังกรุงศรีอยุธยา ในสมัย สมเด็จพระนารายณ์มหาราช เครื่องถมก็กลายเครื่องราชบรรณาการที่โปรดฯ ให้ราชฑูตไทย นำไปถวายสมเด็จพระเจ้าหลุยส์ที่ ๑๔ แห่งฝรั่งเศส และสมเด็จพระสันตปาปา ซึ่งเครื่องถมทั้งหลายในครั้งนั้น สมเด็จพระนารายณ์ฯ โปรดฯ ให้เจ้าเมืองนครศรีธรรมราช จัดหาช่างถมฝีมือเลิศเข้าไปทำ ณ กรุงศรีอยุธยา ระหว่าง พ.ศ. ๒๑๙๙ - ๒๒๓๑ จึงทำให้หลายฝ่ายสรุปว่า ถมนคร นั้นรับมาจากฝรั่งชาติโปรตุเกสที่เข้าไปตั้งหลักแหล่งทำมาหากิน ในนครศรีธรรมราช ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๐๖๑

           ครั้นถึงสมัยรัตนโกสินทร์ เครื่องถมก็ยังถือเป็นของสูงศักดิ์ ที่ใช้เป็นเครื่องราชูปโภค และเครื่องราชบรรณาการ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เครื่องถมเมืองนคร ได้รับความนิยมอย่างสูง ในราชสำนัก และเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชเอง คือ เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) ก็เป็นผู้ส่งเสริม และทำนุบำรุงช่างถมให้เจริญก้าวหน้า อีกทั้งตัวท่านเอง เป็นผู้มีฝีมืออันเลิศ จนถมเมืองนคร เข้ามามีชื่อเสียงในพระนครเป็นอย่างมาก ดังเช่น พระแท่นออกขุนนางถม และพระเสลี่ยงถม ที่ทำถวายพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และเจ้าพระยาสุธรรมมนตรี (หนูพร้อม) ก็ได้นำช่างถมเมืองนคร มาสร้างพระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ ซึ่งเป็นพระที่นั่งถมทองขนาดใหญ่ ประดิษฐานไว้ในท้องพระโรงกลางภายใต้นพปดลมหาเศวตฉัตร ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

          นอกจากนี้ช่างถมนครศรีธรรมราชตั้งแต่สมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชได้ทรงมีรับสั่งให้เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชจัดหาช่างถมฝีมือดีที่สุดของจังหวัดส่งไปยังกรุงศรีอยุธยา เพื่อทำไม้กางเขนถมส่งไปถวายสันตปาปาที่กรุงโรมประเทศอิตาลี และเป็นช่างชุดเดียวกันที่ทำเครื่องถมส่งถวายพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งประเทศฝรั่งเศสดังกล่าวนั้น ช่างกลุ่มนี้ ก็พำนักอยู่ที่กรุงศรีอยุธยาตลอดไปจนเสียชีวิต มีลูกหลานรับวิชาความรู้ตกทอดมาบ้าง ต่อมาได้โยกย้ายเข้ามาอยู่ในกรุงเทพมหานคร ได้ฟื้นฟูงานเครื่องถมนครขึ้นเป็นธุรกิจที่ทำการค้าขายกับต่างประเทศด้วย รวบรวมช่างถมนครศรีธรรมราช 5-6 คน เข้ามาทำกิจการอุตสาหกรรมเครื่องถมใช้ชื่อว่า “ไทยนคร” ซึ่งมีการผลิตเครื่องถมเพื่อจำหน่ายไปต่างประเทศกิจการเจริญก้าวหน้ามาจนถึงปัจจุบันนี้

          เครื่องถม นอกจากจะเป็นเครื่องราชูปโภคแล้ว ยังเป็นเครื่องราชบรรณาการอีกอย่างหนึ่งด้วย กล่าวคือ เป็นของขวัญชิ้นสำคัญของพระเจ้าแผ่นดินเสมอมา อาทิ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ทรงพระราชทานเครื่องถม ถวายแด่สมเด็จพระราชินีวิคตอเรียแห่งอังกฤษ และจนบัดนี้ ยังตั้งแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์พระราชวังบัคกิ้งแฮม พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลปัจจุบัน ทรงพระราชทานเครื่องถม แด่สมเด็จพระราชินีอลิซาเบธแห่งอังกฤษ แด่ประธานาธิบดีไอเชนฮาวแห่งสหรัฐอเมริกา เฉพาะอย่างยิ่งทรงเลือกหีบบุหรี่ถมทอง และตลับแป้งถมทอง พระราชทานแก่แพทย์และนางพยาบาลทั้ง ๔ ที่ร่วมถวายการประสูติ และอภิบาลพระองค์ท่าน ณ เมื่องบอสตัน

           ปัจจุบันศิลปะการทำเครื่องถมมีเหลือน้อยมาก ทั้งนี้คงเป็นเพราะเครื่องถมเป็นของที่มีค่าและมีราคาสูง จึงใช้กันอยู่แต่ในราชสำนักและผู้มีฐานะดีเท่านั้น ขณะเดียวกันการทำเครื่องถมต้องเป็นงานที่ใช้ฝีมือและความละเอียดประณีตสูง ซึ่งต้องทำด้วยมือล้วนๆ อีกทั้งต้นทุนการผลิตก็สูงขึ้น และช่างฝีมือดีๆ ก็นับวันจะลดลง ดังนั้นในระยะหนึ่งจึงทำให้ช่างสมัยใหม่ นำเอากระบวนการทางวิทยาศาสตร์เข้ามาช่วย โดยใช้การพิมพ์ลายลงบนภาชนะโดยสกรีน แล้วใช้กรดและน้ำยาเคมีกัดให้เกิดเป็นลวดลายแทนการแกะสลักด้วยมือ เครื่องถมชนิดนี้เรียกว่า “ถมจุฑาธุช” แต่ผู้ที่รักในศิลปะไม่นิยม ในที่สุดก็ด้อยความนิยมลงไป สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ ได้ทรงเล็งเห็นถึงความสำคัญของ งานหัตถศิลป์ชิ้นนี้ จึงทรงโปรดให้ครูช่างถมจากเมืองนครศรีธรรมราชมาทำการสอนวิชาเครื่องถมแก่นักเรียนใน ศูนย์ศิลปาชีพพิเศษศูนย์จิตรลดา ซึ่งพระมหากรุณาธิคุณครั้งนี้นอกจากจะเป็นการอนุรักษ์และส่งเสริมงานเครื่องถมแล้ว ยังทำให้คนทั่วไปได้รู้จักและรับรู้ว่าคนไทยมีอารยธรรมที่แสนงดงามเป็นของตัวเอง สิ่งนี้เป็นเสมือนแรง บันดาลใจให้ช่างถมของไทยมีพลังสร้างสรรค์ผลงานอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติให้คงอยู่คู่แผ่นดินสยามสืบไป

 

 

 

 

 

1.ถมเงิน กระเป๋าถือสตรีถมเงิน

ที่มา : www.junjaowka.com

 

 

2.ถมทอง เชี่ยนหมากถมทอง

ที่มา : พิพิธภัณฑ์ธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ

 

3.ถมตะทอง กระเป๋าถือสตรี

ที่มา : www.junjaowka.com

 

ประเภทของเครื่องถม

 

เครื่องถมมีอยู่ ๓ แบบ คือ ถมเงิน (หรือถมดำ) ถมทอง และถมตะทอง

          1.ถมเงิน หรือที่นิยมเรียกกันว่า ถมดำ ลักษณะเป็นเนื้อถมที่ถมลงไปบนพื้นตามร่องลาย เป็นสีดำมันซึ่งเนื้อถมจะขับลวดลายให้เด่นงดงามอยู่บนพื้นสีเงิน เป็นถมที่เก่าแก่ที่สุดตามความนิยม ถมที่ดีต้องมีสีดำสนิทไม่มี "ตามด" (ตามดคือจุดขาวบนสีดำ) ถมเป็นกรรมวิธี ในการผสมของโลหะสามอย่างเข้าด้วยกัน คือ เงิน ตะกั่ว และทองแดง นำมาป่นจนเป็นผงละเอียดเพื่อโรยลงบนพื้นแผ่นเงินที่ขูดร่อง หรือตอกเป็น ลวดลายไว้แล้ว การที่จะให้ผงถมเกาะแน่นอยู่ที่การเหยียบพื้น (คือการแกะหรือตอกร่องลงบนเนื้อเงินที่เป็นพื้นของลายที่ตอก) ถ้าเหยียบพื้น ให้มีรอยขรุขระมากเท่าใด ผงถมก็เกาะได้มากเท่านั้น

          2.ถมทอง ก็คือถมดำนั่นเอง แต่แตกต่างที่ลวดลาย คือลายสีเงินได้เปลี่ยนเป็นสีทอง ช่างถมจะเปียกหรือละลายทองคำให้เหลวเป็นน้ำ โดย ใส่ทองแท่งลงในปรอท ปรอทจะละลายทองแท่งให้เป็นน้ำ ช่างถมจะชุบน้ำทองผสมปรอทด้วยพู่กันเขียนทับลงบนลวดลายสีเงิน การเขียนน้ำทองละลายปรอทนี้ จะต้องใช้ความประณีตเป็นอย่างมาก ต้องเขียนทับลงบนเส้นเงินเท่านั้น เมื่อเขียนเสร็จแล้วจะใช้ความร้อนไล่ปรอทออกจากทอง ทองก็จะติดแน่นอยู่บนพื้นที่เขียนน้ำทองนั้น ถมทองมีความงามตรงที่เป็นสีทอง ลวดลายกระจ่างเด่นชัด ทองที่ทาทับก็จะมีความคงทนนับร้อยปี

           3.ถมตะทอง เป็นศัพท์ของช่างถม หมายถึง วิธีการระบายทองคำละลายปรอทหรือแต้มทองเป็นแห่งๆ เฉพาะที่ มิใช่ระบายจนเต็มเนื้อที่อย่าง เดียวกับการทำถมทอง โดยเอาทองคำแท้ๆ ใส่ลงในปรอท ทองละลายอยู่ในน้ำปรอท เมื่อเอาน้ำปรอทที่มีทองคำละลายปนอยู่ไปแต้มตามแห่งที่ต้องการให้ เป็นสีทองนั้น ในขั้นแรกปรอทจะยังคงอยู่ เมื่อไล่ด้วยความร้อนปรอทจะหนีทองก็จะติดแน่นอยู่บนตำแหน่งหรือลายที่แต้มทองนั้น การแต้มทองหรือ ระบายทองในที่บางแห่งของถมดำ เป็นการเน้นจุดเด่น หรือต้องการแสดงอวดภาพหรือลายเด่นๆ ฉะนั้นเครื่องถมตะทองจึงเป็นของที่หายากกว่าถมเงินหรือ ถมทอง ในสมัยกรุงศรีอยุธยามีความนิยมในถมตะทองมากกว่าถมทอง

 

 

 

 

 

 

ซองใส่เอกสารถมทอง

ลายดอกพุดตานใบเทศ

 

 

หีบบุหรี่ถมเงิน

ด้านข้างลายเทพนมและกนก ที่ฝาเป็นรูปพระราชวังบางปะอิน

 

กาน้ำถมทองฝายอดสามชั้น

เป็นทองคำ ลายเครือเถา

 

 

ลายของเครื่องถม

 

ลายเครื่องถมเป็นรูปแบบทางทัศนศิลป์ประเภทหนึ่ง ประกอบด้วยเส้นเป็นสำคัญต่อเนื่องกันไป มีทั้งลายแบบธรรมชาติ และลายแบบประดิษฐ์ โดยลายเครื่องถมมี 9 แบบ คือ

          1.ลายกนกเปลว มีลักษณะลวดลาย เลียนแบบธรรมชาติจากเปลวไฟ

          2.ลายใบเทศ มีลักษณะเป็นช่อ มีก้าน กาบ ดอก ใบ สามารถนำมาต่อลายอื่นได้

          3.ลายประจำยาม มีลักษณะเป็นรูปสี่เหลี่ยมด้านเท่า ภายในแบ่งเป็นดอกสี่กลีบ มีเกสรอยู่ตรงกลาง

          4.ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ มีลักษณะเป็นทรงพุ่มคล้ายหยดน้ำ

          5.ลายกระจังมีลักษณะเป็นรูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว ใช้ตามขอบริมฐานของชิ้นงาน

          6.ลายก้านขด เป็นการนำลายต่างๆ มาเขียนลายต่อเนื่องกันเป็นเถา

          7.ลายบัวคว่ำบัวหงาย มีลักษณะเป็นรูปกลีบบัว นิยมใช้ประกอบฐานของรูปพรรณ

          8.ลายเม็ดบัว มีลักษณะหลายแบบ ได้แก่ กลม รี มักใช้ต่อเนื่องเป็นเส้น

          9.ภาพประกอบลาย มีลักษณะเป็นภาพแบบต่างๆ นำมาใช้ประกอบลาย

           โดยการวางลาย รูปแบบของลาย การนำลายมาประกอบขนาดและจำนวนลายให้ได้รูปแบบสวยงามเหมาะกับรูปทรงภาชนะ ซึ่งลายมีความเกี่ยวข้องกับ ประเภทของภาชนะ เช่น ลายใบเทศ ลายกระจังตาอ้อย และลายบัวคว่ำ ปรากฏในของใช้ในครัวเรือนมากกว่าภาชนะประเภทอื่น ลายกนกเปลวพบมากในเครื่องประดับ และลายเครือเถาพบมากในของใช้ทั่วไป ลายกับรูปแบบของเครื่องถมเป็นศิลปะประดิษฐ์ที่เกี่ยวข้องกันมาแต่อดีตเครื่องถมทุกชิ้นจะมีลายเป็นสิ่งตกแต่ง อาทิ ลายกนกเปลว ตกแต่งบนขัน เชี่ยนหมาก ถาดผลไม้ ชุดชา กาแฟ ลายใบเทศ ตกแต่งบนขัน ซองบุหรี่ กล่องเครื่องประดับ ลายประจำยาม ตกแต่งบน พานรอง ถาด กระเป๋า ลายพุ่มข้าวบิณฑ์ ตกแต่งบนตลับแป้ง กระเป๋า ลายกระจัง ตกแต่งบนพานรอง ขันน้ำ ฝาครอบแก้ว ลายก้านขด ตกแต่งบนกำไล กิ๊ฟ กระเป๋า เข็มหนีบเนคไท ลายบัวคว่ำบัวหงายตกแต่งบน พานรอง โถกรวดน้ำ ถาด ขันน้ำ ลายเม็ดบัวตกแต่งบนตลับแป้ง ขันน้ำ ฝาครอบแก้ว เข็มกลัด และภาพประกอบลาย ตกแต่งบนขัน ถาด กระเป๋า เข็มกลัด ที่เขี่ยบุหรี่

 

 

 

 

 

เงิน ทองแดง ตะกั่ว

ส่วนผสมสำคัญของยาถม

 

 

การเคาะขึ้นรูปแผ่นเงิน

เป็นรูปทรงสิ่งของตามที่ต้องการ

 

 

การเขียนและการแกะสลักลาย

ตามลวดลายที่เขียนไว้

 

กรรมวิธีในการทำเครื่องถม

 

กรรมวิธีในการทำเครื่องถมมี 6 ขั้นตอนคือ

          1. การทำน้ำยาถม มีส่วนผสมของโลหะ 3 ชนิด คือ ตะกั่ว ทองแดง เงิน หลอมรวมกันในเบ้าหลอม ให้เนื้อโลหะผสมเข้ากันเป็นอย่างดี อัตราส่วนผสมและเวลาที่หลอมของช่างแต่ละคน จะเป็นความลับแตกต่างกันไปตามสูตรที่เป็นมรดกที่ถูกถ่ายทอดต่อกันมา หลังจากนั้นซัดด้วยกำมะถันเหลืองให้โลหะผสมขึ้นสีดำใส ไม่มีฟอง ทิ้งไว้ให้แห้ง แล้วนำไปบดจนละเอียด เรียกว่า “เนื้อถม” หรือ “น้ำยาถม” น้ำยาถมที่ดีจะมีสีดำขึ้นเงาเหลือบสีเงิน เนื้อคล้ายโลหะชนิดหนึ่ง

          2. การเคาะขึ้นรูปพรรณ คือการนำแผ่นเงินมาทำเป็นรูปทรงตามต้องการ รูปทรงของเครื่องถม มี 6 แบบ คือ แบบกลม เช่น แหวน กำไล ขันน้ำ ตลับแป้ง แบบเหลี่ยม เช่น กระเป๋าถือ หีบบุหรี่ ซองบุหรี่ กรอบรูป แบบกระบอก มีลักษณะเป็นแท่งกลม แต่กลวง เช่น แก้วน้ำ ถ้ำยาดม แบบรี กำหนดรูปแบบมีส่วนเรียวและส่วนโค้งมนประกอบเป็นส่วนใหญ่ เช่น เข็มหนีบเนคไท กิ๊ฟติดผม ถาดรองแก้ว แบบผสม มีลักษณะผสมผสานหลายรูปทรง โดยนำรูปทรงต่างๆ มารวมกัน เช่น โถกรวดน้ำ ทัพพี กาน้ำชา พานรอง และรูปแบบ อื่นๆ เป็นรูปแบบเฉพาะตัว ของผู้ผลิต เช่น สร้อยคอ สร้อยข้อมือ รูปแบบของเครื่องรูปทรงจะงดงามเพียงไร อยู่ที่ฝีมือของช่างผู้ออกแบบ เมื่อขึ้นรูปทรงแล้วจะขัดผิวโลหะให้เรียบด้วยกระดาษทรายน้ำ

          3. การเขียนและแกะสลักลาย หลังจากการขึ้นรูปเป็นภาชนะหรือเครื่องประดับแล้ว ผิวของผลิตภัณฑ์จะมีลักษณะเกลี้ยง การแกะสลักจะเขียนลวดลายทั้งหมดด้วยหมึกก่อน แล้วจึงสลักลายให้เป็นร่องลึกด้วยสิ่วหรือกรดตามลวดลายที่เขียนไว้ บริเวณที่แกะสลักเป็นร่องคือบริเวณที่จะใส่น้ำยาถมลาย ลายที่นิยมได้แก่ ลายไทย เช่น ลายกยก กระจัง ดอกไม้ เป็นต้น

          4. การถมลายคือการนำภาชนะที่ได้แกะสลักหรือกัดลายเรียบร้อยแล้ว นำไปเคลือบด้วยยาถม โดยการใส่น้ำยาถมต้องใส่ให้เต็มส่วนที่ได้แกะสลักไว้ เกลี่ยให้เสมอกัน และเป่าให้ความร้อนด้วย เครื่อง “เป่าแล่น” ความร้อนจะทำให้น้ำยาที่ถมละลายไหลไปตามร่องที่ได้แกะสลักไว้เกาะติดกับ โลหะเงิน ทิ้งไว้ให้เย็น หลังจากนั้นใช้ตะใบหรือกระดาษทรายแต่งผิวภาชนะที่น้ำยาถมไหลไปบน ส่วนที่ไม่ต้องการออกให้หมด จะปรากฏลายที่ชัดเจน “การลงถม” ถือเป็นหัวใจสำคัญของเครื่องถม เครื่องถมชั้นดี เนื้อถมต้องเคลือบติดกับเนื้อเงิน(ผิวภาชนะ) ในลักษณะเป็นก้อนเนื้อเดียวกัน ต้องไม่ กระเทาหรือหลุดง่าย จึงขึ้นอยู่กับความชำนาญของช่างเป็นพิเศษ

          5. การปรับแต่งรูป ผลิตภัณฑ์ในขณะที่ลงน้ำยาถมนั้น ต้องถูกความร้อนสูงอยู่เป็นเวลานาน ฉะนั้นรูปลักษณะของผลิตภัณฑ์อาจบิดเบี้ยว เพราะเหตุนี้เมื่อเสร็จจากการลงถมแล้ว จำเป็นต้องส่งผลิตภัณฑ์ที่ลงถมแล้วนั้นไปให้ “ช่างรูป” ตบแต่งรูปให้คงสภาพเดิม

          6. การขัดผิวและแต่งลาย ภาชนะซึ่งเป็นผิวของโลหะเมื่อถูกความร้อน อาจจะขรุขระหยาบเป็นเม็ดด้วยน้ำยาถมหรือน้ำ ต้องขัดด้วยกระดาษทรายให้ผิวโลหะเรียบสะอาดแล้วขัดซ้ำด้วยถ่านไม้เนื้ออ่อนให้ผิวขึ้นเงา หากลวดลายที่ปรากฏแข็งไม่อ่อนช้อยช่างแกะจะแกะต่อเติมลายเส้นเบา ๆ บนโลหะได้อีก เรียกการแกะนี้ว่า “แกะแร” แล้วขัดให้ขึ้นเงาเป็นมันด้วยผ้านุ่ม ก่อนบรรจุหีบห่อหรือใช้สอยต่อไป

 

 

 

 

 

 

อนุสาวรีย์

เจ้าพระยานครศรีธรรมราช(น้อย)

ที่มา : www.panoramio.com

 

ลวดลายพนักหลังเรือพระที่นั่งถมทอง
ฝีมือช่างถมนครสมัยพระบาทสมเด็จ
พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

 

เครื่องถมนครศรีธรรมราช

 

          เครื่องถมนคร มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จักแพร่หลายมาตั้งแต่อดีตและนับเป็นหนึ่งในบรรดาศิลปาชีพชั้นสูง ผลิตภัณฑ์เครื่องถมนครได้รับความนิยมจนปัจจุบันเนื่องจากยังรักษาคุณภาพไว้ได้ ลักษณะงานถมนคร จะมีสีดำเงางาม ลวดลายเกิดจากการสลักด้วยมือล้วนๆ ไม่ว่าจะเป็นการเคาะ หรือแผ่รีด ทำให้ลวดลายมีความละเอียด ถ้าสังเกตจากด้านใน จะมีรอยสลักนูนขึ้นมา แต่ถ้าเป็นเครื่องถมที่ทำด้วยการกัดกรด ไม่ใช้การสลัก ด้านในจะไม่มีรอยสลัก จะเห็นว่าการทำของนครฯ ทำด้วยมือ มีรอยสลักด้วยมือจริงๆ แต่ปัจจุบันอาจมีเครื่องจักรมาใช้บางขั้นตอน อาทิ แหวนนะโม ใช้วิธีการหล่อขึ้นรูป จุดเด่นอีกประการที่เห็นชัดของเครื่องถมนครนั้นอยู่ที่ตัวยาถมซึ่งมีสีดำ ขึ้นเงา แวววาว จนเรียกติดปากว่า "ถมนคร" ทั้งนี้การพัฒนาฝีมือของช่างในอดีตเกิดจากการแข่งขันกันของช่างฝีมือภายในนครศรีธรรมราช จนพัฒนาลักษณะของเครื่องถม ให้มีลวดลายวิจิตรสวยงาม เครื่องถมนครได้ประดิษฐ์ขึ้นเป็นของใช้รูปพรรณต่างๆ เช่น แหวน กำไล ล็อกเกต มีด เครื่องเชี่ยน ขันพานรอง หีบลงยา ตลับยานัตถุ์ ซองบุหรี่ ดาบฝักทอง เป็นต้น

          โดยเครื่องถมนครมีกำเนิดตั้งแต่ครั้งกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีในสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 ราว พ.ศ.2061 แต่เรื่องที่มายังเห็นขัดแย้งกันอยู่ บ้างว่าได้รับการถ่ายทอดมาจากชาวโปรตุเกส เพราะชาวโปรตุเกสเป็นชาติแรกที่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาทำการค้าขายในราชอาณาจักรไทยได้ 4 เมือง คือ กรุงศรีอยุธยา นครศรีธรรมราช ปัตตานี และมะริด สมเด็จฯกรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ทรงมีความเห็นว่า ชาวนครศรีธรรมราชได้รับรู้เรื่องเครื่องถมจากชาวอินเดีย ศาสตราจารย์วิศาลศิลปกรรมให้ความเห็นว่า ยาถมไทยมิได้รับต้นตำรับมาจากประเทศใด เกิดขึ้นในประเทศไทยโดยแท้ คือเกิดที่นครศรีธรรมราช และบ้างว่ารับมาจากอิหร่านบ้าง จากกรีซบ้าง จึงยังหาข้อยุติไม่ได้ ผลิตภัณฑ์เครื่องถมนครนอกจากใช้ทั่วไปในหมู่ชาวเมืองแล้วยังเป็นของที่ระลึก เป็นของทูลเกล้าถวายเป็นจำนวนมาก เช่น ในสมัยสมเด็จพระนารายณ์มหาราชทรงรับสั่งให้เจ้าเมืองนครศรีธรรมราชในสมัยนั้น จัดหาช่างถมที่มีฝีมือเยี่ยมที่สุดของนครศรีธรรมราชส่งไปยังกรุงศรีอยุธยาทำไม้กางเขนถมส่งไปถวายพระสันตปาปา ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี และทำเครื่องถมเป็นเครื่องใช้ไปบรรณาการพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 แห่งประเทศฝรั่งเศส

          ครั้นถึงสมัยรัตนโกสินทร์ เครื่องถมก็ยังถือเป็นของสูงศักดิ์ ที่ใช้เป็นเครื่องราชูปโภค และเครื่องราชบรรณาการ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธเลิศหล้านภาลัย เครื่องถมเมืองนคร ได้รับความนิยมอย่างสูง ในราชสำนัก และเจ้าเมืองนครศรีธรรมราชเอง คือ เจ้าพระยานครศรีธรรมราช (น้อย) ก็เป็นผู้ส่งเสริม และทำนุบำรุงช่างถมให้เจริญก้าวหน้า อีกทั้งตัวท่านเอง เป็นผู้มีฝีมืออันเลิศ จนถมเมืองนคร เข้ามามีชื่อเสียงในพระนครเป็นอย่างมาก เช่น ในสมัยพระบาทสมเด็จฯพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว เจ้าพระยานคร(กลาง) ได้ทำพระเก้าอี้ถมอนุโลมจากพระแท่นและพนักเรือพระที่นั่งด้วยถมอนุโลมจากพระเสลี่ยงถวายและพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงส่งเครื่องถมเมืองนครจำนวนหนึ่งร่วมไปกับเครื่องบรรณาการส่งไปถวายแด่พระนางเจ้าวิคตอเรียแหล่งประเทศอังกฤษ ปัจจุบันจัดแสดงอยู่ในพิพิธภัณฑ์พระราชวังบัคกิ้งแฮม นอกจากนี้โปรดเกล้าฯ ให้ใช้พระเก้าอี้ถมเป็นพระที่นั่งภัทรปิฐในงานบรมราชาภิเษก ต่อมาในสมัยพระบาทสมเด็จฯพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว เมื่อสร้างพระที่นั่งจักรีมหาปราสาทโปรดเกล้าฯให้พระยาสุธรรมมนตรี(หนูพร้อม) ในขณะที่ดำรงตำแหน่งเป็นพระยานครศรีธรรมราชเป็นนายงานให้ช่างถมที่เมืองนครศรีธรรมราชทำพระที่นั่งพุดตานถม ซึ่งตั้งไว้ในท้องพระโรงกลางทรงอ้างว่าตามเยี่ยงอย่างพระบิดาและพระอัยกา พระยานครจะขอทำให้เป็นของถวายแต่ไม่ทรงอนุญาต พระองค์จึงได้ทรงออกเงินให้เอง ในรัชกาลปัจจุบันพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ ให้ช่างทำหีบบุหรี่ถมทองสำหรับพระราชทานแก่ประธานาธิบดีไอเวนเฮาว์และ ดร.ริสบอร์ผู้ซึ่งเป็นนายแพทย์ที่ถวายการประสูติ และได้พระราชทานตลับแป้งถมทองแก่นางพยาบาลที่โรงพยาบาลในเมืองบอสตันด้วยทุกคน

          ปัจจุบันเนื่องจากทองและเงินมีราคาสูงขึ้น ประกอบกับการทำต้องอาศัยเวลาและฝีมือชั้นสูง เครื่องถมนครไม่ค่อยพัฒนารูปแบบและลวดลาย นิยมทำแบบดั้งเดิม มีตั้งแต่ ภาชนะ เครื่องประดับชิ้นเล็ก เช่น ช้อน แหวน กำไล เข็มกลัดติดเสื้อ ไปจนถึงชิ้นใหญ่ เช่น พานขันโตก ถาด เมื่อเทียบกับเครื่องถมที่ผลิตจากกรุงเทพฯ ทำกระเป๋าถือผู้หญิง รูปทรงต่างๆ ไปออกแบบร่วมกับวัสดุอย่างอื่นบ้าง เช่น กระเป๋าย่านลิเภาบ้าง หรือตกแต่งกับวัสดุอย่างอื่นก็ได้ หวายก็ได้ มีการพัฒนา มีการประกวดแข่งขันกันก็เป็นที่น่าภาคภูมิใจเกิดการพัฒนารูปแบบ แต่เครื่องถมนครคงเอกลักษณ์ของตนเองไว้อย่างดีเยี่ยม

 

 

 

 

 

นายเห้ง โสภาพงศ์
ช่างถมชาวนครศรีธรรมราช
ได้รับการเชิดชูเกียรติให้เป็น
ศิลปินแห่งชาติ
สาขาทัศนศิลป์(เครื่องถม)
ในปี 2529

โรงเรียนช่างถมนครศรีธรรมราช

 

          แม้เครื่องถมจะเป็นศิลปหัตถกรรมที่สร้างชื่อเสียงให้กับนครศรีธรรมราช แต่บางยุคบางสมัยช่างทำเครื่องถมนครศรีธรรมราชมีจำนวนลดน้อยลง เนื่องจากเป็นงานศิลปหัตถกรรมชั้นสูง ที่ต้องใช้เวลาในการฝึกฝนประกอบกับผู้รับการถ่ายทอดต้องมีจิตใจอันมุ่งมั่น ด้วยเหตุนี้นครศรีธรรมราชได้จัดตั้งโรงเรียนช่างถมของจังหวัดนครศรีธรรมราชขึ้นโดยพระรัตนธัชมุนีศรีธรรมราช(ม่วง รัตนธัชโช) อดีตเจ้าอาวาสวัดท่าโพธิ์ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช และอดีตเจ้าคณะมณฑลนครศรีธรรมราช หรือชาวนครศรีธรรมราชเรียกท่านว่า “เจ้าคุณท่าโพธิ์” เป็นผู้ริเริ่มใน พ.ศ. 2456 หลังจากการทำเครื่องถมนครได้ซบเซาลงไปมาก ท่านเห็นความสำคัญของวิชาช่างถม หากไม่รักษาไว้จะต้องสูญหายไปจากนครศรีธรรมราช ท่านเจ้าคุณได้สละเงินนิตยภัตที่ได้รับพระราชทานจ่ายเป็นเงินเดือนแก่ครูผู้สอน นับว่าเป็นการถ่ายทอดวิชาชีพจากคนในสายตระกูลสู่การเรียนการสอนวิชาเครื่องถมในระบบโรงเรียนเป็นครั้งแรกตั้งแต่นั้นมา กิจการของโรงเรียนดำเนินมาหลายปี จนกระทั่งกระทรวงศึกษาธิการได้เห็นความสำคัญของศิลปหัตถกรรมประเภทนี้ขึ้นมา จึงรับเอาโรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนของรัฐ พัฒนาจนเป็นโรงเรียนช่างโลหะรูปพรรณ ของจังหวัดนครศรีธรรมราช และต่อมาได้ยกฐานะเป็นวิทยาลัยเทคโนโลยีและอาชีวศึกษานครศรีธรรมราช เป็นสถานศึกษาของชาติไทยแห่งเดียวเท่านั้นที่สอนวิชาช่างถม ทำให้ยังมีเครื่องถมนครผลิตอยู่ถึงปัจจุบัน ทั้งถมเงินและถมทอง เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปี พ.ศ.2529 นายเห้ง โสภาพงศ์ ช่างถมชาวนครศรีธรรมราชก็ได้รับการเชิดชูเกียรติให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์(เครื่องถม)

          เครื่องถมที่นายเห้ง โสภาพงศ์ ประดิษฐ์ มีตั้งแต่สิ่งเล็กๆ เช่น แหวน ล็อคเก็ต กำไล ไปจนถึงสิ่งของชิ้นใหญ่ๆ เช่น ขัน พาน ถาด การประดิษฐ์ ทำด้วยมือทั้งสิ้น นับตั้งแต่ขึ้นรูป การเขียนลวดลาย การสลัก การถม การขัด โดยใช้ความชำนิชำนาญ และความละเอียดลออและความอุตสาหวิริยะเป็นสำคัญ เครื่องถมเหล่านี้ได้ถูกจำหน่ายจ่ายแจก และเปลี่ยนมือไปหลายต่อหลายแห่ง ที่มีสะสมตอทอดอยู่บ้างในเวลานี้ พอจะหาดูได้ในวัดพระเขียน วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร นครศรีธรรมราช

          ผลงานที่นายเห้ง โสภาพงศ์ ภาคภูมิใจก็คือ ชุดน้ำชาถมทอง ซึ่งตนร่วมกับช่างถมชาวนครหลายคนประดิษฐ์ขึ้น เมื่อ พ.ศ.2502 ชุดน้ำชาถมทองชุดนี้ เป็นชุดที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงนำไปพระราชทานแด่ ประธานาธิบดีไอเซนฮาวด์ แห่งสหรัฐอเมริกา ในคราวเสด็จประพาสสหรัฐอเมริกาและยุโรปครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2503 นอกจากนั้นในช่วง 50 ปีเศษ ของการเป็นช่างถม นายเห้ง ได้ทำเครื่องถมเพื่อจำหน่ายบ้าง ทำตามที่ลูกค้าสั่งบ้าง รวมหลายร้อยชิ้น ในจำนวนนี้เคยส่งเข้าร่วมประกวดในงานศิลปหัตถกรรมที่กรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตหกรรม จัดขึ้นเมื่อ พ.ศ.2514 โดยได้รับรางวัลที่ 3 ด้วย

          นายเห้ง โสภาพงศ์ ได้สร้างผลงานด้วยความประณีตและพัฒนาอยู่เสมอ พร้อมที่จะเผยแพร่และถ่ายทอดวิชาความรู้แก่ศิษย์และผู้สนใจตลอดเวลา ซึ่งสมควรยกย่องไว้ในฐานะศิลปินแห่งชาติ ด้วยเหตุนี้คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติ จึงได้ประกาศยกย่องให้นายเห้ง โสภาพงศ์ เป็นศิลปินพื้นบ้านดีเด่น ประจำปี 2529 สาขาเครื่องถม เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม พ.ศ.2529 ต่อมาในวันที่ 8 มกราคม พ.ศ.2530 คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติก็ได้ยกย่องให้เป็น ศิลปินแห่งชาติ ประจำปี 2529 สาขาทัศนศิลป์(เครื่องถม) เข้ารับพระราชทานรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

          ปัจจุบัน นายเห้ง โสภาพงศ์ ได้ถึงแก่กรรมแล้ว นายโสฬส โสภาพงศ์ และนายจรวย โสภาพงศ์ ซึ่งเป็นบุตรของนายเห้ง ได้สืบทอดวิชาการทำเครื่องถมและนำไปประกอบอาชีพสืบแทนบิดา

 

อ้างอิง

 

แน่งน้อย ปัญจพรรค์.เครื่องเงินในประเทศไทย.กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์เริงรมย์, 2534.
ธีรวัฒน์ ช่างสาน. “ความเกี่ยวข้องของลายกับภาชนะเครื่องถมเมืองนคร” .วารสารมหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา
.ปีที่ 2 ,ฉบับที่ 1 (มกราคม - มิถุนายน 2550) : 48 .
“เครื่องถมนครศรีธรรมราช,” สารานุกรมวัฒนธรรมภาคใต้. 2 (2529) : 528 -531.
สมาคมเครื่องถมและเครื่องเงินไทย.กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์บรรรณาคม, 2512
http://art.culture.go.th
http://www.mnh.si.edu/treasures/thaiversion/index.htm
http://www.numsai.com.
http://www.silverhandcraft.com
http://www.thailandhandmadebuu.com
http://th.wikipedia.org